แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ communication 5 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ communication 5 แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2551

COMMUNICATION DESIGN 5 // weekending !!

อาทิตย์สุดท้ายมาถึงแล้ว อาทิตย์ของงานไฟนอล วิชา คอม 5
ทำงานเสร็จแล้ว พรุ่งนี้จะออกไปอัพรูป ใหญ่ไปอะ แพงด้วย
เรียนวิชานี้หมดไปหลายพันเลยนะเนี่ย ยิ่งจนๆๆๆๆๆๆๆ
ถ้ามันใบละ 170 สิบ แผ่นมันจะ 1700 บาท เฮือกกกกกก
อยากจะบอกว่า ตั้งใจและพยายามสุดๆแล้ว เหนื่อยมากๆด้วย
แต่ว่า งานยังออกมาไม่ได้เรื่องเท่าไหร่
สวยก็ไม่สวย สื่อก็ไม่สื่อ เอาเป็นว่า วิชานี้ขอผ่าน !!!
มาดูโฉมหน้างานสุดท้ายของเทอมนี้กันดีกว่า


สิ้นสุดกันสักที

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551

COMMUNICATION DESIGN 5 // week 11
















เมื่อวานส่งสเกตงานโปสเตอร์รอบ 2 อาจารย์นุไม่ได้มาส่งอาจารย์ป่านมาแทน
เมื่อวานเลยรับคอมเม้นเต็มๆจากอ.ป่านและอ.ติ๊ก
ไม่ต้องใส่ TEXT อะไรเลยทั้งนั้น !!! - - - - มีแต่รูปพอ
อาทิตย์หน้างดเรียน
อาทิตย์ถัดไปส่งไฟนอลโปรเจตตรวจงานที่หอศิลป์ วิทยาเขตรังสิต
ไซส์งาน A2 10แผ่น รวมแล้วประมาณ หนึ่งพันหกร้อยบาท !!!
Y_____________________Y

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2551

COMMUNICATION DESIGN 5 // week 11













Try 2 cry.....is human !!
คือฉันเอง








COMMUNICATION DESIGN 5 // week 10

บทเพ้อเจ้อพร่ำเพ้อ

นั้นแหละอย่างที่ตาเห็น



จบ...

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2551

COMMUNICATION DESIGN 5 // week 9

ลิ้มขอเรียกวันนี้ว่าเป็นการ work shop
จากอ.นุและอ.ติ๊ก
จากเคสตัวอย่าง ของเพื่อนๆ 3 คน
คนแรก คือ หมู - เรื่องการใช้เทคโนโลยีไปในทางที่ผิดศีลธรรม
คนที่สอง คือ ฝน - เรื่องการสำเนา
คนที่สาม คือ จูน - เรื่องการทดแทน

ให้ทั้ง 3 คนเตรียมอุปกรณ์มาทำงานของตัวเองโดยมีเพื่อนๆ
และอาจารย์เป็นผู้ช่วย

อ.ติ๊กทำกับข้าว ^^

วัตถุดิบในการทำ

งานของหมูจากการนำภาพหรือประโยคในหนังสือแทบลอยด์

อันนี้ของจูนจากการใช้ตัวขูด

อันนี้งานฝนจากการทำสำเนา
อันนี้แถม งานของปอม....??
ขอคิดที่ได้จากวันนี้คือการ ต้องลงมือทำ !!
จากอาจารย์.....ให้จับคอนเซปของวันนี้ไม่ใช่ผลงานของวันนี้



ไม่ใช่แค่อาจารย์เท่านั้นที่รู้สึกเสียเซลล์แต่พวกเราทุกคนก็รู้สึกแย่ไม่ต่างกัน
มันอาจเป็นที่พวกเรามีศักยภาพในการคิดต่ำ ทำให้งานไม่พัฒนาสักที Y_Y

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2551

COMMUNICATION DESIGN 5

เมื้อกี้อัพบล๊อกแล้วก็เลย ลองทำอะไรต่อดู อยากได้งาน อยากจบ เลยต้องลองทำ ผิดถูกไม่รู้ลองทำไปก่อน.. จริงๆมันจะต้องมีเป็นเซทเลยแต่ว่าลองทำแค่อันนึงดุก่อนเดี๋วค่อยทำต่อแล้วก็อีกอย่างนึงคือ Typo ข้างหลังเนี่ยมันจะต้องเป็นลักษณะที่ดูแล้วโรบอทมากกว่านี้ด้วยแต่ยังหาไม่ได้ เลยลองอันนี้ไปก่อน ดูแบบนี้ไปก่อนนะ



ดูแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง ?

COMMUNICATION DESIGN 5 // week 8

สัปดาห์นี้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น...

เนื่องจากต้องพาแม่ไปพบหมอตามที่นัดไว้ซึ่งตรงกับวันที่เรียนวิชานี้พอดี
ลิ้มก็กะไปแค่ตอนเช้าแล้วเดี๋ยวตอนบ่ายจะกลับมาเรียนต่อ
ลิ้มเจอแจ๊กพอตเข้าให้ อาจารย์ทั้งสองท่านบอกว่า.....คนที่ไม่ได้เข้าช่วงเช้า
วันนี้ต่อไปนี้ไม่ต้องมาเรียนอีกแล้วแต่จะไม่ขาดแค่ไม่มีคะแนนของแต่ละสัปดาห์
ให้มาส่งงาน Final วันสุดท้ายของเทอม อือ......ทำยังไงดีละทีนี้
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะมาสายกันหลายคนทำให้อ.นุและอ.ติ๊ก โมโห



แต่อย่างไรก้แล้วแต่.....จะไปเรียนตามปกตินะค่ะ

ปอลอ. งานของลิ้มต้องเป็น Interactive ที่แสดงความขัดแย้งกัน
ของระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ อือ......แอบยากนะเนี่ย
แต่ยังไม่แน่ใจว่าที่คิดไว้นั้นมาถูกทางหรือเปล่า Y___Y
ยังไม่มีโอกาสได้ปรึกษาอาจารย์ทั้ง 2 ท่าน น่าเศร้าจริงๆ

COMMUNICATION DESIGN 5 // week 7

สัปดาห์นี้เรามาเรียนกันที่หอศิลป์ BUG ที่กล้วยน้ำไทยกัน

งานที่นำเสนอไปในสัปดาห์นี้ปรากฎว่าง่ายไปสำหรับเด็กกำลังจะจบ
งานที่นำเสนอไปคือ โปสเตอร์แสดงเปรียบเทียบในค่ากลับกันของ
ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ ซึ่งฝั่งซ้ายที่เป็นกายภาพของหุ่นยนต์นั้น
จะถูกทำด้วยมือแต่อีกฝั่งซึ่งกายภาพของมนุษย์นั้นจะถูกออกแบบทำด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งสวนทางกลับกันเพื่อที่จะสื่อให้เห็นว่า หากเราพึ่งพา
เทคโนโลยีมากเกินไป อนาคตข้างหน้ามนุษย์เราจะกลายเป็นหุ่ยนต์แทน
ทำทุกอย่างด้วยคอมพิวเตอร์จะถูกเทคโนโลยีครอบงำไม่มีจิตใจไม่รู้สึก

อ.ติ๊กบอกว่าลิ้มยัง ง่วนกับมันไม่พอ ต้องกลับไปคิดพิจารณาอีกที....
อ.นุช่วยมองให้เห็นภาพงานกระจ่างขึ้น

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

COMMUNICATION DESIGN 5 // week 6

อาทิตย์นี้มีแขกรับเชิญจะมาพูดคุยกันในเรื่องสารคดี The last day on earth 7 ปรากฏการณ์ที่จะทำให้เกิดวันสิ้นโลก แขกรับเชิญที่ว่าคือ คุณภานพ เกษมศานติ์(อ.ตั้ม)
เป็นผู้บริหารของโทรศัพทืเครือข่าย ฮัท ขอเรียกอาจารย์ตั้มนะคะได้พูดถึงประเด็นของหุ่นยนต์ มนุษย์ เครื่องจักร และการอยู่รอด อ.ตั้มบอกว่า หุ่ยนต์ควรจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ในการทำงานที่น่าเบื่อรวมไปถึงการทำงานเสี่ยงภัยต่างๆ อ.ตั้มพูดในแง่ดีของเทคโนโลยี
ซึ่งมันสวนทางกับสิ่งที่ลิ้มได้นำเสนอไปแล้วเบื้องต้นพอได้ฟังแล้วกลับมานั่งคิดมันก็จริง
อ.ตั้มยังได้บอกอีกว่า"ถ้าเลิกจำเบอร์โทรศัพท์คนก็ไปจำอย่างอื่นแทน"แต่สิ่งที่เทคโนโลยีหรือเจ้าหุ่นยนต์มันต่างจากมนุษย์ก็ตรงที่"หุ่นยนต์ไม่สามารถมีอารมณ์หรือมีความรู้สึกได้"
แต่สิ่งที่มันจะผิดพลาดได้นั้นมันก็น่าจะเป็นที่ตัวมนุษย์เอง HUMAN ERROR !!

COMMUNICATION DESIGN 5 // week 5

คุณลักษณะที่ต่างกันของมนุษย์และเทคโนโลยีคือ อารมณ์ความรู้สึก
การจำด้วยภาพของมนุษย์กับการจำด้วยเทคโนโลยี มันต่างกันตรงไหน ??
ความรู้สึกที่เทคโนโลยีไม่สามารถมีได้แต่คนมีความรู้สึกมีอารมณ์


สัปดาห์นี้เลยได้ชื่อโครงการมา ทำอะไรยังไม่ทราบได้รู้แต่มีชื่อโครงการมาจำกัดขอบเขต
"โครงการออกแบบสื่อสารเพิ่อนำเสนอเชิงเปรียบเทียบของระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์"

ชื่อโครงการยาวไปไหมนี่ ^^ชื่อโครงการได้ผ่านการกลั่นกรองจากอาจารย์ทั้งสองแล้ว


COMMUNICATION DESIGN 5 // week 4

เทคโนโลยี
การเก็บรวบรวมข้อมูล --->ประมวลผล---->แสดงผลลัพธ์
EX : กดปุ่มถ่ายรูป --- > ถูกบันทึก ---> เกิดภาพถ่ายบนจอ
(Input ---------------->Output)
มนุษย์
รับรู้ ---> จำ ---> ส่งสาร
ระบบการจำของมนุษย์มี 2 แบบ คือ
1.ระบบการจำระยะสั้น 15-30 วินาที (พื้นที่จำกัด)
2.ระบบการจำระยะยาว (พื้นที่ระยะยาว)
สมองมนุษย์จะจำสิ่งที่เกิดแรกและหลังสุดได้ เช่น ความรักครั้งแรก เหตุการณ์เมื่อวาน
และสมองจะจำได้ดีกับข้อมูลซ้ำๆเห็นซ้ำๆเกิดซ้ำๆข้อมูลที่มีการเชื่อมโยงมีความสัมพันธ์
กันและสุดท้ายสิ่งที่แปลกจากชีวิตประจำวันสมองจะจำได้แม่นมาก
เช่นเหตุการณ์เฉียดตาย "เทคนิคการจำที่สอดคล้องกับการทำงานของสมองคือ ต้อง
ทำซ้ำหาการเชื่อมโยงและบอกต่อ"
สิ่งที่ได้รู้คือคนสร้างคอมพิวเตอร์มาเลียนแบบระบบการจำของมนุษย์


เกิดการทดลอง(อีกแล้ว) "ทดลองระบบการจำของมนุษย์ในยุคสารสนเทศ"
วิธีการคือ แยกเป็นสองระบบทั้งของมนุษย์และเทคโนโลยีจะแบ่งถึงระบบของทั้ง2ก่อน
ระบบการจำของคน เห็น---ภาพ--จดจำ--ลืมได้ภายใน15-20วินาทีไม่ลืมเรื่องที่ซ้ำๆ
ระบบการจำของเทคโนโลยี รับภาพ--ประมวลผล--ภาพ--ลืมไม่ได้แต่มีสิทธิถูกลบได้

ทดลองกับมนุษย์จะมี 2 ระบบ
-นำภาพหรือตัวอักษรตัวเลขนำมารันในโปรแกรมสลับไปสลับมาบางภาพถูกแสดงนาน
บางภาพถูกแสดงเพียงระยะสั้นๆพอดุภาพเสร็จค่อยไปดูภาพนิ่งต่อนำเสนอด้วยวิธีการ
เดียวกันกับชุดแรกแต่ต่างกันตรงที่ภาพนิ่งจะมีภาพที่ถูกรันขึ้นช้าๆในระยะสั้นๆที่นำเสนอ
ไปในชุดแรกจะมีมากกว่ารุปภาพที่ถูกรันขึ้นมาบ่อยๆ และให้มนุษย์ตอบคำถามว่า
"จำภาพอะไรได้บ้างที่อยู่ภาพนิ่ง??"

ผลของชุดที่ 1 : คำตอบของคนๆนั้นจะสะท้อนให้เห็นระบบการจำของคนๆนั้นว่าจำได้
หรือจำไม่ได้ถ้าจำภาพที่ถูกรันขึ้นบ่อยๆซ้ำๆ คือการจำภาพในระยะยาว
มันเป็นผลของการจำโดยธรรมชาติที่ไม่พึ่งเทคโนโลยี
ผลของชุดที่ 2 : จำได้หรือไม่ได้นั้นเป้นเพราะได้รับสารนั้นในระยะสั้นๆและไม่มีเทคโนโลยี
เป็นตัวช่วยบันทึกความจำ สะท้อนให้เห็นถึงระบบการจำของมนุษย์ใน
ระยะสั้นๆที่เราหันไปพึ่งพาเทคโนโลยีแทนแต่ถ้าไม่มี = จำไม่ได้

ทดลองกับเทคโนโลยี
-นำภาพหรือตัวอักษรตัวเลขนำมารันในโปรแกรมแต่บอกข้อมูลกับผู้ทดลองทั้ง 2 คน
อย่างช้าๆ คนที่ 1 จะมีอุปกรณ์ช่วยบันทึก เช่น โทรศัพท์ คนที่ 2 จะไม่มีอุปกรณ์ช่วย
บันทึกอะไรเลยนอกจากสมองแล้วดุพฤติกรรมของคนทั้งสองว่าเป็นอย่างไร
สมมติถ้าคนที่ 1 นั้นพอรับข้อมูลมาก็รีบใช้เครื่องมือเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยบันทึก
สมมติคนที่2 จำโดยใช้สมอง

*พอทั้ง 2 รับข้อมูลที่นำเสนอไปเสร็จแล้วเราขอโทรศัพท์คืน
*ถามว่าระหว่าง 2 คนนี้ใครจำอะไรได้มากน้อยกว่ากัน ??


ความคิดเห็นจากอาจารย์ : ลิ้มเข้าใจผิดกับข้อมูลอะไรบางอย่างแล้วลิ้มก็รู้คำตอบ
อยู่แล้วด้วยว่ามันจริงมันใช่แล้วลิ้มจะโยนภาระไปให้คน
อื่นตอบคำถามให้เราอีกทำไม ไปให้ความสำคัญกับเปลือก
มากเกินไป


COMMUNICATION DESIGN 5 // week 3

เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้า - ประสิทธิภาพความจำของมนุษย์ = การถดถอย,การสูญเสีย
มนุษย์เราใช้เทคโนโลยีช่วยจำจนติดเป็นพฤติกรรมที่ขาดเทคโนโลยีไม่ได้ถ้าวันนึงเทคโนโลยีล่มสลายเรายังจะจำอะไรได้อยู่ไหมหรือเราอาจจะจำอะไรไม่ได้เรย
ลองมองค่าความสมเหตุสมผลของมันแล้วผลมันก็จะสวนทางกันอย่างนึงน้อยลง
อีกอย่างจะเพิ่มมากขึ้น ก็เลยอยากจะสะท้อนสังคมปัจจุบันที่กำลังถูกเทคโนโลยีครอบงำ
โดยจะทดสอบความจำของมนุษย์โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวทดสอบเพื่อสื่อให้เห็นอนาคตในวันข้างหน้า


ทดสอบ

ใช้กล้องดิจิตอล (เทคโนโลยี) บันทึกความทรงจำของมนุษย์ (ภาพ)
+
ใช้ที่บันทึกเสียง (เทคโนโลยี) บันทึกควาทรงจำของมนุษย์ (เสียง)
=
ความทรงจำที่ถูกเทคโนโลยีเป็นตัวบันทึก





ความคิดเห็นจากอาจารย์ : เรามองแค่ด้านเทคโนโลยีเพียงด้านเดียวจนลืมมองมนุษย์ไป

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2551

COMMUNICATION DESIGN 5 // week 2

จากสัปดาห์แรกที่มีประเด็นเรื่อง ลดลง กับ มากขึ้นแต่ว่าเหมือนเรื่องที่ขบคิดไปคราวที่แล้วยังไม่ลงตัวดีเท่าไหร่เลยกลับมาหาข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับสารคดีที่ได้ดูไปว่ามีเหตุการณ์ใดที่เราจะนำมาเป็นประเด็นได้ดีกว่าและสามารถหาทางไปต่อได้มากกว่า แล้วก็เจอข้อมูลเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีของคนในปัจจุบันซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ทุกสิ่งรอบตัวเรามีแต่เครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายทั้งที่ถูกประดิษฐ์คิดค้นมาตั้งแต่เนิ่นนานและยังเครื่องใช้เทคโนโลยีที่เพิ่งถูกคิดค้นและกำลังเป็นที่นิยมในสังคมไทย อาทิเช่น COMPUTER , TELEPHONE , IPOD แต่สิ่งที่ยกมาเป็นตัวอย่างเบื้องต้นนั้นเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยรองรับข้อมูลสำคัญๆในการดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบัน

ประเด็นที่ว่า ลดลง กับ มากขึ้น ก็ยังคงสภาพไว้ในประเด็นใหม่ที่คิดขึ้นได้ นั้นก็คือ
"ยิ่งใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ความจำยิ่งลดลง" ความเจริญมีมากขึ้นเท่าไหร่ระบบความจำของมนุษย์ก็ด้อยคุณภาพลงเรื่อยๆ
เช่น สิ่งที่เราต้องจำเพิ่ม : รหัสผ่าน เบอร์โทรศัพท์ เลขประชาชน เลขบัญชีธนาคาร สิ่งเหล่านี้คือเรื่องที่สมองของมนุษย์
ต้องเป็นตัวจัดการแต่ปัจจุบันมนุษย์มีเครื่องใช้เทคโนโลยีมารองรับมาเป็นตัวช่วยในการจดจำบันทึกแทนระบบความจำในสมอง ตัวรองรับที่มนุษย์ใช้กันในปัจจุบัน เช่น COMPUTER, TELEPHONE, REDCORD
แต่ยิ่งใช้สมองส่วนที่เป็นระบบความจำน้อยเท่าไหร่ประสิทธิภาพของมันก็ลดลงเท่านั้น กลายเป็นว่าปัจจุบันการรับสารเป็นเพียงการ "ฟังผ่านผ่านรับรู้อย่างหยาบหยาบ " การรับเข้ามาโดยเร็วแล้วก็ลืมโดยเร็ว แล้วสิ่งที่ตัวเองสงสัยนั้นก็คือ
"ความทรงจำของมนุษย์ที่ลดลงนั้นเกิดจากธรรมชาติของคน หรือ การเพิ่มขึ้นของเทคโนโลยี" อะไรที่มากกว่ากัน ?



สมการของประเด็นเรื่องนี้ คือ.........??!!

วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2551

communication Design 5 (ภาวะโลกร้อน "มากขึ้น-ลดลง")

อะไรมากขึ้น อะไรน้อยลง.....?

จากการที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์มากขึ้นกว่าปกตินั้นมาจากมนุษย์ของกิจกรรมการกระทำต่างๆ เช่น การตัดต้นไม้ การเผาป่า แม้กระทั่งการใช้ชีวิตประจำวันของเราทุกคน ทุกวันนี้อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 1 องศาเซลเซียส เมื่อเปรียบเทียบกับ 100 ปีที่แล้วนั้น
อุณหภูมิของโลกได้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว....!!

และในขณะที่อุณหภูมิของขั้วโลกเหนือกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆทำให้เกิดการละลายของน้ำแข็ง เกิดก๊าวคาร์บอนไดออกไซด์ขั้วโลกค่อยๆลดลง จึงเกิดการวิเคราะห์ในมุมมองของนักออกแบบว่าถ้าการละลายหดหายไปเรื่อยๆเราจะสามารถมองเห็นอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นทางสายตาและทางจินตนาการนั้นสิ่งที่ได้คือภาพของสาเหตุการกระทำจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ว่าถ้า FORM ทางกายภาพของมนุษย์เราค่อยๆหดหายไปเหมือนน้ำแข็งขั้วโลกเราจะสื่อสารอย่างไรให้คนเข้าใจถึงผลเสียที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเราและเพื่อให้ทุกคนได้ใส่ใจกับปัญหาโรคร้อนมากขึ้น

เชิงวิเคราะห์ :: การลดลง ----> น้ำแข็งลดลง
น้ำจืดลดลง
ความเย็นลดลง
ฤดูหนาวสั้นลง
หิมะตกน้อยลง
( เริ่มหาความหมายในเชิงการออกแบบที่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ )
: เปรียบการน้อยลงของทุกสิ่งจากสภาวะโลกร้อน เป็น สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นความหมายที่รู้กันโดยสากล หมายถึง ท้องฟ้า ทะเล
ใช้สื่อถึงความลึก และความเยือกเย็น

เชิงวิเคราะห์ :: การเพิ่มขึ้น----> อุณหภูมิเพิ่มขึ้น
ความร้อนมากขึ้น
ความเสียหายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
( เริ่มหาความหมายในเชิงการออกแบบที่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ )
: เปรียบการมากขึ้นของทุกสิ่งจากสภาวะโลกร้อน เป็น สีแดง ซึ่งเป็นความหมายที่รู้กันโดยสากล หมายถึง ไฟ เลือด
พลังงาน สงคราม และ อันตราย





นิชานันท์ จิรกุลพิพัฒน์
1480800844